ละครเรื่องคู่กรรม, วันนี้ที่รอคอย, นิรมิต
|
ภาพยนตร์เรื่องคู่กรรม
|
โฆษณา หมากฝรั่งลอตเต้ ชุด "เพื่อน"
|
ปี 2528 ฟิล์มสีฟูจิ ชุด "Jamaica"
|
ปี 2530 ชุด "Arts & Technology"
|
ปี 2531 ชุด "Colour Of The Oriental World"
|
ปี 2532 พานาโซนิค
|
ปี 2539 แบรนด์(รังนก) ปี 2546
|
ออกอัลบั้มชุดแรกของเขา ในเดือนมีนาคม 2529 ใช้ชื่อชุดว่า "หาดทราย สายลม สองเรา" งานในอัลบั้มชุดแรกนี้ ได้รับการต้อนรับ จากคนฟัง อย่างมากมาย สร้างชื่อให้เขาเป็น นักร้องยอดนิยม ในเวลาอันรวดเร็ว ด้วยเพลงไพเราะเนื้อหาอบอุ่นอย่าง "ด้วยรักและผูกพัน" ที่เรียกได้ว่าเป็น เพลงประจำตัวของ "เบิร์ด" ในช่วงนั้น เพราะ "เบิร์ด" มักจบท้ายทุกคอนเสิร์ต ของเขาด้วยเพลงนี้ ยิ่งกว่านั้น เพลง"ด้วยรักและผูกพัน" ถูกนำไปเป็น เพลงประกอบภาพยนตร์ ชื่อเรื่องเดียวกัน ที่เขาแสดงคู่กับ กาญจนา จินดาวัฒน์ นอกจากเพลงนี้แล้ว ในอัลบั้มยังมีเพลงเด่นอย่าง "ฟากฟ้าทะเลฝัน" และเพลงเศร้าซึ้งอย่าง "บันทึกหน้าสุดท้าย"
|
ปีต่อมา "เบิร์ด" มีผลงานชุดที่สองชื่อ "สบาย สบาย" ซึ่งเป็นอัลบั้มที่ส่งให้ชื่อเสียงของเขา เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น ด้วยเพลง "สบาย สบาย" ซึ่งถูกนำมาเป็น เพลงประกอบภาพยนตร์ เรื่อง "หลังคาแดง" ที่เขาแสดงคู่กับจินตหรา สุขพัฒน์ ในปีเดียวกันนั้นเองที่ "คอนเสิร์ต แบบ เบิร์ด เบิร์ด" ของเขาเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก ไฮไลต์ของคอนเสิร์ตในครั้งนี้คือ ภาพประทับใจที่คุณแม่และพี่ๆของ"เบิร์ด" ขึ้นเวทีร่วมร้องเพลง "บ้านหลังน้อย" ซึ่งเป็น เพลงที่คุณพ่อของเขาเคยแต่ง ไว้ให้กับคุณแม่ เมื่อครั้งที่คุณพ่อยังมีชีวิตอยู่ คอนเสิร์ตในครั้งนี้ กลายเป็นจุดเริ่มต้นของ คอนเสิร์ตแบบ เบิร์ด เบิร์ด ในครั้งต่อๆ มา
|
ธันวาคม 2530 "เบิร์ด" ออกอัลบั้มชื่อ "รับขวัญวันใหม่" ที่มีเพลงคุ้นเคยอย่างเพลง "ขอบใจจริงๆ" และ "หมั่นคอยดูแลรักษาดวงใจ" ซึ่งเป็นเพลงที่มหาชนลงคะแนน ให้เป็นเพลงที่ได้รับความนิยมมากที่สุด
|
ในปี 2531 ในปีเดียวกันนั้น "คอนเสิร์ต แบบ เบิร์ด เบิร์ด อีกแบบ" ถูกจัดขึ้นเพื่อสานต่อ "คอนเสิร์ตแบบ เบิร์ด เบิร์ด ครั้งแรก" ที่มีคนให้ความสนใจอย่างมาก ในคอนเสิร์ตครั้งนี้ เบิร์ดได้นำการแสดงพื้นบ้าน ของไทย เข้ามาเป็นสีสันในคอนเสิร์ต อาทิ รำกลองยาว ร้องเพลงพวงมาลัย และปะทะลำตัดกับแม่ประยูร
|
อัลบั้ม "ธงไชย 2501" ของเขาออกตามมาในปี 2531 พร้อมกับคอนเสิร์ต "เกาเหลาธงไชย (ไม่งอก)" 2 รอบ และคอนเสิร์ต "เบิร์ด เปิ๊ดสะก๊าด" อีก 4 รอบ และปลายปีเดียวกัน อัลบั้ม "ส.ค.ส." ที่มีเพลงโรแมนติก อย่าง "เสียงกระซิบ" ก็ตามออกมา ต่อด้วย "คอนเสิร์ตแบบ เบิร์ด เบิร์ด ตอนจะบินไปให้ไกลสุดขอบฟ้า" จำนวน 14 รอบ คอนเสิร์ตครั้งนี้เป็นการถ่ายทอด จินตนาการ และพลังแห่งความเชื่อมั่น ที่จะพาทุกคนไปถึง ความใฝ่ฝัน มีฉากเทคนิคที่น่าประทับใจ ที่เบิร์ดแปลงร่างเป็นมนุษย์บูมเมอแรง และเป็นนกนางนวล เลเซอร์บินลับสายตา ไปตามหาความฝันในที่สุด
|
มีนาคม 2533 เขาออกอัลบั้ม "บูมเมอแรง" ซึ่งเป็นอัลบั้มที่ได้รับความนิยมสูงสุด และมีคอนเสิร์ต "มันอยู่ในมือมนุษย์บูมเมอแรง" จำนวน 22 รอบ อัลบั้มนี้ส่งให้ "เบิร์ด" เป็นนักร้องชาย ที่มียอดจำหน่ายอัลบั้มสูงสุดในประวัติศาสตร์เพลงไทยสมัยนั้น โดยมียอดจำหน่ายถึง 2 ล้านตลับ
|
ปี 2534 "เบิร์ด" มี "คอนเสิร์ตแบบ เบิร์ด เบิร์ด คอลเลคชั่น" และออกอัลบั้ม "พริกขี้หนู" ตามด้วย "คอนเสิร์ตแบบ เบิร์ด เบิร์ด ตอน ความสุข.. ความทรงจำ..ไม่มีที่สิ้นสุด" จำนวน 29 รอบ ทำให้เขาได้รับรางวัล MTV Asian Viewers'Choice Award ประจำปีเดียวกันนี้
|
ปี 2537 เขากลับมาพร้อมกับอัลบั้ม "ธ.ธง" หลังจากที่ห่างหายไปเกือบสองปี มี "คอนเสิร์ต แบบ เบิร์ด เบิร์ด อยากเห็นท้องฟ้า เป็นอย่างในฝัน" จำนวน16 รอบ ตามมาด้วย อัลบั้ม "ขนนกกับดอกไม้"
|
ธันวาคม 2538 ซึ่งเป็นอัลบั้มที่เขาได้เชิญแขกพิเศษ ศิลปินหญิงแนวหน้า ในวงการเพลงไทย จำนวน 5 คนมาร่วมงานด้วย คือ "แอม" เสาวลักษณ์ ลีละบุตร, คริสติน่า อากีล่าร์, ศรัณย่า ส่งเสริมสวัสดิ์, มาช่า วัฒนพานิช และ"ใหม่" เจริญปุระ
|
สิงหาคม 2539 เบิร์ดออกอัลบั้มชื่อ "Dream" ได้รางวัล Billboard Viewer's Choice Award ซึ่งเขาเป็นคนแรกในทวีปเอเชีย ที่ได้รับรางวัลนี้ หลังจากห่างหายไปอีกปีกว่าๆ เ ขากลับมา พร้อมความสดใสในอัลบั้ม "ธงไชย เซอร์วิส" และ "ธงไชย เชอร์วิส พิเศษ" ที่มีเพลงไพเราะ อย่าง "เลิกกันแล้ว" "ถ่านไฟเก่า" และ "บอกว่าอย่าน่ารัก"
|
ปี 2542 กับอัลบั้ม"ตู้เพลงสามัญประจำบ้าน" เขาก็ยังคงได้รับการ ต้อนรับ อย่างอุ่น และหนาแน่นจากคนฟัง
|
พฤษภาคม 2543 "คอนเสิร์ต แบบ เบิร์ด เบิร์ด" ของเขากลับมาอีกครั้ง ในรูปแบบ ของละครเพลง ที่ใช้ชื่อตอนว่า "อโรคา..จอมยากับยาใจ" มี "นิโคล เทริโอ" และ "นัท มีเรีย" สองนักร้องหญิงยอดนิยมเล่น เป็นนางเอก ของเรื่อง คอนเสิร์ตแบบ เบิร์ด เบิร์ด ครั้งนี้ได้รับการตอบรับจาก คนดูหนาแน่นทั้ง 30 รอบ เช่นเดียวกับงานที่ผ่านๆ มาของเขา เหล่านี้ล้วนเป็นข้อพิสูจน์ ถึงความสามารถ และความเป็นศิลปิน อันดับหนึ่ง ของเบิร์ดได้เป็นอย่างดี
|
พ.ย. 2544 เบิร์ดกลับมาพร้อมอัลบั้ม "ธงไชย สไมล์คลับ" งานเพลงสนุกๆที่มีสีสันดนตรีแบบป๊อปวาไรตี้ ที่พาให้ทุกคนอารมณ์ดี กันถ้วนหน้า ทั้งเพลงเต้นและเพลงฟัง พร้อมชักชวนให้ทุกคนหันมายิ้มให้กัน เพราะการยิ้มเป็นการลงทุน ที่ถูกที่สุดแต่ได้กำไรมากที่สุด และบทเพลงในอัลบั้มนี้ก็เป็นส่วนหนึ่ง ที่สร้างรอยยิ้ม สร้างความสนุกสนานและความอบอุ่นให้เกิดขึ้น กับทุกคน
|
ปี 2545 งานเพลงชุดใหม่ "ชุดรับแขก" ที่เกิดจากความซนปนซ่า บวกความ(เก่ง)กล้าของทั้งคนทำและคนร้อง เป็นการรวมเอาแนวดนตรี ป๊อป-แดนซ์-Trip Hop-Big Beat-Funk และอีกหลายแนว มาผสมผสานไว้ในอัลบั้มชุดนี้ โดดเด่นด้วยการเอาภาษาท้องถิ่น ของทั้ง 4 ภาค มาใส่ในเพลงให้ได้กลิ่นอายความเป็นไทยร่วมสมัย ซึ่งเป็นเสน่ห์แบบไทยๆ ที่ไม่มีใครเหมือน เป็นรสชาติความสนุก ที่คุณไม่เคยได้ยินที่ไหนมาก่อน ที่สำคัญได้นักร้องรับเชิญ อย่าง จินตหรา พูนลาภ, นัท มีเรีย และแคทรียา อิงลิช มาเป็นตัวแทนของประจำภาคต่างๆ เพื่อสร้างสีสันความบันเทิง
|
ปี 2546 อัลบั้มพิเศษ"แฟนจ๋า..สนิทกันแล้วจ้ะ" ปรากฏการณ์ความดังต่อเนื่องจากอัลบั้ม"ชุดรับแขก" ที่เป็นการนำเอาเพลงเก่ามาทำใหม่ โดยใส่ความเป็นท้องถิ่น-กลิ่นไทยร่วมสมัย พร้อมแขกรับเชิญ 3 สาว 3 สไตล์ อย่างนัท มีเรีย ในเพลง"รักกันมั๊ย",แคทรียา อิงลิช ในเพลง"หนูไม่รู้ก็ลองซิจ๊ะ" และจินตหรา พูนลาภ ในเพลง"ซ่อมได้" แถมเพลงใหม่อีก 4 เพลง คือเพลง"ขันหมากระทึกใจ","สนิทกัน","พูดด้วยก็ไม่พูดด้วย" และ "What's up"
|